ลีกภูมิภาคคือ…หัวใจ โดย แจ็คกี้
นั่งอ่านข่าวบอลลีกภูมิภาค ด.2 หรือ เอไอเอส ริจินอล ลีก รู้สึกเหมือนฝันที่เป็นจริง วัยเด็กสมัยเรียนมัธยมที่สุพรรณบุรี ผมเป็นคนเดียวในกลุ่มเพื่อนที่อ่านนิตยสารสตาร์ซอคเก้อร์ รายสัปดาห์และฟุตบอลสยาม ม.ต้นอ่านในห้องสมุด ม.ปลายซื้ออ่านเองโดยจองแผงหนังสือในตลาดเมืองสุพรรณบุรี ริมแม่น้ำท่าจีน โดยทุกวันอังคารไปซื้อเอามาเก็บเพื่อเป็นสมบัติส่วนตัว
หนังสือเขาวางแผงวันจันทร์ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดก็วันอังคาร ผมเองไม่ได้อยู่ในตัวจังหวัด แต่อาศัยว่าต้องเข้ามาเรียนรักษาดินแดนที่ วิทยาลัยพลศึกษาสุพรรณบุรี เหมือนเด็ก ม.ปลายทั่วจังหวัดเลยได้โอกาสซื้อหนังสือฟุตบอลมาอ่าน ก็เก็บเงินวันละบาทสองบาท สัปดาห์หนึ่งก็ได้หนังสือฟุตบอลเป็นของตัวเอง
เขียนบอกแบบนี้เพราะว่าตอนนั้นพอเข้าใจความเป็นไปในโลกฟุตบอลอาชีพแบบเมืองนอกในฐานะผู้อ่าน รู้สึกว่าทำไมบ้านเราไม่มีบ้าง ได้แต่นั่งเปรยๆกับเพื่อนว่าหากทีมสุพรรณบุรีมีทีมบอลอาชีพแล้วมีแข่งระบบลีก ในความฝันของผมและเพื่อนอีกหลายคนที่บ้าบอล อยากเป็นนักบอล รู้สึกว่ามันมีโอกาส
ผมอ่านซอคเก้อร์มาตั้งแต่สมัย บุคลากรผู้ทรงคุณค่าอย่าง ย.โย่ง ตอบจดหมาย คัมภีร์ฟุตบอล คุณอา ยอดทองและคุณพิษณุ นิลกลัด ยังเขียนหนังสือในซอคเก้อร์ เช่นเดียวกันกับกลุ่มทีมงานบอลสยาม รายสัปดาห์ ซึ่งเวลานั้นคนตอบจดหมายแฟนบอลไทยเป็น ซ้ง บางพุทรา อ่านแล้วซึมซับจึงทราบว่า บอลอาชีพที่อังกฤษเขามีระบบอย่างไร
มีทีมเยาวชน, มีทีมสำรอง, มีทีมชุดใหญ่, มีแข่งบอลภายใน, มีแข่งบอลถ้วย, มีแข่งบอลยุโรป ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว ลิเวอร์พูลของผม “เฟื่อง” เอามากๆ
จากแฟนบอลคนหนึ่งได้มีโอกาสมาทำงานเป็นผู้สื่อข่าวกีฬาต่างประเทศ ได้ไปสัมผัสของจริงอย่างที่ไม่ได้คิดฝันมาก่อน ภาพทุกอย่างที่เคยจินตนาการเอาไว้วัยเด็กปรากฏเป็นเรื่องจริงทั้งหมด
วันนี้วงการฟุตบอลบ้านเราซึ่งผมขอใช้คำว่า “ชุมชนฟุตบอล” ไทย กำลังเติบโต โดยเฉพาะแถบภูมิภาคซึ่งเวลานี้มีลีกดิวิชั่นสองหรือถ้าเป็นระดับสากล มันคือดิวิชั่นสาม ….ต้องผ่านลีกนี้จึงเข้าสู่ดิวิชั่นหนึ่ง และไต่เต้ามาไทยพรีเมียร์ลีก อย่างน้อยเริ่มปีนี้เป็นทีมสโมสร อีกสามปีค่อยมาว่ากันว่าคุณจะผ่านถึงระดับสูงสุดของประเทศหรือไม่
มีข้อแม้ว่าต้องต่อเนื่องและทำให้มันจริงจัง อย่างที่ผมเขียนบอกไปเมื่อวันก่อนนะครับ “อย่าส่งทีมแข่ง” ขอให้ “สร้าง” ทีมบอลอาชีพ ด้วยหลักการสากล ถ้าไม่มีเงินทุนพอไปดูงานเมืองนอก มาขอดูงานทีม เมืองทองฯ ยูไนเต็ด, บางกอกกล๊าส เอฟซี และชลบุรี เอฟซี ดูว่า เขามีโครงสร้างทำทีมบอลยังไง ทำให้มันจริงจัง….
ถ้าทำเป็นบอลอาชีพได้ หมายถึงว่าสามารถระดมทุนท้องถิ่น มีนักธุรกิจที่รักบอล รวมตัวกัน แนะนำว่าอย่าไปนำนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะในอนาคตอาจมีปัญหากับฟีฟ่าได้ เป็นคนธรรมดานี่แหละ ช่วยกันทำทีมขึ้นมา หาเงินทุน สินค้าท้องถิ่น บวกกับเงินจากแฟนบอลที่จ่ายในการเข้าชมเกมและซื้อของที่ระลึก ย้อนยุคไปเหมือนบอลอังกฤษโบราณ เขาเริ่มต้นแบบนี้
ถ้าบรรยากาศดี แฟนแน่นขนัดเหมือนหลายจังหวัดที่มีภาพปรากฏทางสยามกีฬา ผมเชื่อว่าสินค้าระดับประเทศ เจ้าใหญ่ๆเงินทุนหนา เขาก็เอาเงินมาเป็นสปอนเซอร์ให้ สามปีห้าปีก็ว่ากันไป
คุณต้องทำตัวเองให้ดีก่อน…บรรยากาศในการเชียร์บอลที่สนุก คนเยอะ มีการบริหารเป็นมืออาชีพ จากนั้นต้องไม่ลืมการพัฒนาพื้นฐานฟุตบอล
มันมีสองส่วนที่สำคัญคือส่วนบน ผู้บริหารทีมต้องบริหารจัดการเรื่อง รายรับ รายจ่าย งบดุล เป็นเรื่องระบบบัญชี ส่วนที่สองคือฟุตบอลในสนาม หากเบื้องบนโอเค ทีมงานพร้อม ลุยงานในสนามบอล คราวนี้มันก็เป็นเรื่องบอลล้วนๆ ผมคิดว่าถ้าให้ดี ทำแบบมืออาชีพทีมบอลของคุณ ในลีกภูมิภาคนี่แหละ ทำให้ทีมไทยพรีเมียร์ลีกอีกหลายสโมสรที่คิดแข่งส่งทีมแข่งอายไปเลย
คุณต้องมีทีมบอล 3 ทีมหลัก คือทีมเยาวชน, ทีมสำรอง (อาจมีหรือไม่ก็ได้ แต่ฝรั่งมี) และทีมชุดใหญ่ของคุณ การสร้างทีมเยาวชนเป็นการลงทุนขั้นต่ำแต่ผลประโยชน์อาจได้สูงสุด หากเด็กฝึกหัดของคุณก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ได้ เพราะนั่นหมายความว่าคุณไม่ต้องซื้อด้วยเงินราคาแพงมาเสริมทีม ผมมีตัวอย่างแนะนำนะครับ
ถ้าคิดว่าการสร้างทีมเยาวชนใช้เงินเยอะ ลองไปติดต่อทำสัญญากับทีมโรงเรียนประจำจังหวัด หรือประจำอำเภอ หรือจังหวัดไหนมีโรงเรียนกีฬา อย่างอุบลราชธานี ที่มี ผู้อำนวยการที่บ้าบอลเป็นนักบอลเก่าของจุฬาฯและราชประชาอย่าง ผอ.ณรงค์ศักดิ์ ครุภัณฑ์ (ผมเชื่อว่าแกเอาด้วยแน่)
จับมือใช้โรงเรียนช่วยสร้างนักบอลเยาวชนโดยมีข้อแม้…ว่าสโมสรแรกที่จะได้นักเตะมาเซ็นสัญญาอาชีพ (อายุ 18 ปี) คืออุบลราชธานี อันนี้ผมยกตัวอย่างเฉยๆ ทีมอื่นเอาไปเลียนแบบก็ได้ คือตรงนี้ถือว่าตัดเรื่องค่าใช้จ่ายในการสร้างทีมเยาวชน หรือถ้ามีเงินพอก็สร้างได้ แต่ระบบการศึกษาไทยยังไม่เอื้ออำนวยแบบฝรั่งที่นักบอลฝึกหัดระดับเยาวชนตั้งแต่ 13-18 ปี ไม่ต้องเรียนหนังสือ เพียงแต่ต้องมีชั่วโมงเรียนตามกฎหมายกำหนด
อังกฤษเขาใช้วิธีนี้ ใครอยากเป็นนักบอลอาชีพไปเซ็นสัญญานักบอลฝึกหัด (trainee หรือ apprentice) อายุ 14 จนถึง 18 ปีถ้าไปได้มีแววเซ็นเป็นนักเตะอาชีพคือทำงานได้ตามกฎหมายแรงงาน ช่วงระหว่างฝึกสี่ถึงห้าปีนั้น คุณฝึกบอล ลงแข่งทีมเยาวชนไปด้วย กลางวันมีอาจารย์มาสอนพิเศษเพื่อให้ได้ชั่วโมงเรียนครบ พอที่จะนำไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย
กรณีที่คุณไปต่อในบอลอาชีพไม่ได้ คือมีเวลาตั้ง 4 ปี แล้วไม่ดีขึ้น เล่นบอลไม่ได้คุณสามารถเบนเข็มไปเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย คุณก็ไปเรียนหนังสือในวัย 18 ปี
ย้อนกลับมาที่ทีมเยาวชนที่อาจมาจากโรงเรียนประจำจังหวัดหรือโรงเรียนกีฬา ตรงนี้ผลประโยชน์ที่ได้สูงสุดจะเป็นของชุมชน เป็นของท้องถิ่นคือตัวจังหวัดเอง ได้ส่งเสริมให้เด็กเล่นบอลกันมากขึ้น มีคนติดตามดูลูกหลานมากขึ้น สโมสรเองได้ประโยชน์ตรงนี้ยังไงมีเงินก้อนก็บริจาคให้โรงเรียนเขาทุกปี เพื่อเป็นกองทุน เพราะอย่างน้อย กรณีโรงเรียนกีฬานั้นได้งบรัฐบาลอยู่แล้ว ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากีฬาชาติไปในตัว….
มองเห็นแต่ win-win เกม หรือชนะทุกฝ่ายไม่มีกลุ่มใดได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว ลีกภูมิภาคน่าจะเป็นสนามทดลองบอลอาชีพที่สมบูรณ์แบบกว่าไทยพรีเมียร์ลีก ด้วยซ้ำ ผมเชื่อมั่นแบบนั้น เพราะถ้าไม่ใช่ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ ไม่ลอกเลียนยอมรับหลักการของบอลอาชีพจากยุโรป ซึ่งเขาก็พัฒนาเริ่มต้นจากท้องถิ่นแทบทั้งนั้น
คาดหวังว่าบรรยากาศที่คึกคักในลีกภูมิภาคที่เราเริ่มต้นกันด้วยดี จะเป็นตัวช่วยทำให้การสร้างทีมบอลอาชีพในภูมิภาคแข็งแกร่งมากขึ้น
ขออย่างเดียวอย่าคิดแค่ “ส่งทีมแข่ง” และทีมบอลไม่ได้เป็นของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มันต้องเป็นของทุกคนในชุมชนและท้องถิ่นของพวกท่าน….










No Comments
Post your comment